
ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง กดดันราคา “โลหะอุตสาหกรรม” ร่วงยกแผง ทองแดงลดลง 0.8% แร่เหล็กหลุด 100 ดอลลาร์/ตัน
วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.31 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ราคาโลหะอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง หลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและอิหร่านกลับมารุนแรงอีกครั้ง จุดกระแสความกังวลว่าต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนของการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อาจซ้ำเติมเศรษฐกิจโลกและกดดันความต้องการใช้วัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรม
นักลงทุนกังวลว่าการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียอาจผลักดันเงินเฟ้อให้เร่งตัวขึ้น และทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป โดยตลาดจับตาการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไป
ขณะเดียวกัน สถานการณ์การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงไม่แน่นอน หลังอิหร่านเปิดฉากโจมตีตอบโต้ด้วยโดรนและขีปนาวุธต่อพันธมิตรของสหรัฐ ในตะวันออกกลาง และประกาศปิดช่องแคบจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม แม้สหรัฐจะยืนยันว่าพร้อมรักษาเสรีภาพในการเดินเรือในเส้นทางยุทธศาสตร์แห่งนี้ก็ตาม
Galaxy Futures ระบุว่า ความคาดหวังของตลาดต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเริ่มแตกต่างกันมากขึ้น หลังสถานการณ์ตึงเครียดรอบใหม่ ส่งผลให้ความผันผวนในตลาดเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานของตลาดทองแดงในระยะยาวยังค่อนข้างแข็งแกร่ง จากข้อจำกัดด้านอุปทานและความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบกักเก็บพลังงาน
ทองแดง ซึ่งมักถูกใช้เป็นตัวชี้วัดแนวโน้มเศรษฐกิจโลก เคลื่อนไหวในกรอบแคบมาตั้งแต่สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเมื่อเดือนที่ผ่านมา แต่ล่าสุดตลาดกลับมาเพิ่มเดิมพันว่าเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยรวมเกือบ 40 เบสิสพอยต์ ภายในเดือนธันวาคม จากเดิมราว 15 เบสิสพอยต์ เมื่อต้นเดือนมิถุนายน ซึ่งต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นอาจกดดันความต้องการใช้โลหะในภาคการผลิต
ในการซื้อขายที่ตลาดโลหะลอนดอน (LME) ราคาทองแดงปรับตัวลดลง 0.8% มาอยู่ที่ 13,378.50 ดอลลาร์ต่อตัน ขณะที่ตะกั่วลดลง 1% สังกะสีลดลง 0.9% ส่วนอะลูมิเนียมเคลื่อนไหวทรงตัว
ด้านแร่เหล็กในตลาดสิงคโปร์ปรับตัวลดลง 0.8% เหลือ 98.50 ดอลลาร์ต่อตัน ส่วนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแร่เหล็กที่ตลาดต้าเหลียนของจีนลดลง 1% สู่ระดับ 743.5 หยวนต่อตัน ขณะที่สัญญาซื้อขายเหล็กในตลาดเซี่ยงไฮ้ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน